niji's profile*~ReignbeaU~*PhotosBlogListsMore Tools Help
Thanks for visiting!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Photo 1 of 21

*~ReignbeaU~*

i c u, u c me
November 29

procession of progression

หลังจากที่เมื่ออาทิตย์ก่อนได้รับการติดต่อจากทางโรงแรม
เมื่อวานก็เข้าไปกรอกใบสมัคร พร้อมทำข้อสอบจิตวิทยา(สนุกดี) กับภาษาอังกฤษแล้ว
วันนี้ก็ได้รับการติดต่อเรียกให้ไปสัมภาษณ์พรุ่งนี้ค่ะ.....


มารายงานต่อน้าค้าาา
บ่ายโมงครึ่งค่ะ แน่นอนว่าไปถึงก่อนเวลาที่นัดหมาย แอบตื่นเต้นมากมาย
ไปถึง....คนมากรอกใบสมัครเยอะจังเลยนะนี้วันนี้
วันนี้เท่าที่รู้ มีคนมาสัมภาษณ์น่าจะประมาณ 5-6คนหรือ อาจมากกว่า
เพราะต้องกระจายๆกันไป

ด่านแรกที่ต้องเจอคือ หัวหน้าฝ่ายบุคคล...ด่านนี้ตื่นเต้นมากกกกกกกกกกกกกกก
เพราะถ้าจบเห่ด่านนี้ก็จบหมดทุกด่านค่ะ - -"
จะบอกว่า ตอบภาษาอังกฤษได้แย่มาก เพราะตื่นเต้นจนพูดอะไรรวนไปหมด ฮะฮะ
แต่กู้ชื่อเสียงกลับมาได้ตอนตอบภาษาไทย เหอๆ
ใจตุ่มๆต่อมๆว่าจะรอดไหม แล้วก็ได้ไปด่านสองค่ะ

คราวนี้เดินไปด้านในโรงแรมละ ไปพบหัวหน้าฝ่าย front
มีคนไปด้วยอีกคน รุ้งเข้าห้องไปก่อน ก็นั่งรอ...จนหายตื่นเต้นเลยค่ะ เหอๆ
แบบว่า....เค้ามองออกนอกห้องตลอดเลยอ่ะ ดูอะไรไม่รู้นอกโรงแรม เราก็งงๆ
พอคุยกันได้ซักพักนึง เริ่มรู้แนวคำถามมากขึ้น แล้วก็คุยเรื่องทั่วไปมากขึ้น เลยประหม่าน้อยลง
แล้วก็มานั่งรอด้านต่อไป.....

ด่านสาม...หัวหน้าโดยตรงของตำแหน่งที่จะทำ
เป็นพี่ผู้หญิงกำลังท้องแก้เชียว...แต่น่ารักม๊ากกกมากกก
คือไม่ดูดุแบบวางมาด แล้วก็ชวนคุยอะไรสนุกดี
คราวนี้คำถามแบบเดิมๆละ เวลาตอบเลยไม่ค่อยตะกุกตะกักเหมือนด้านแรกๆ
แถมถามคำถามที่ตอบไม่ยากด้วย ใช้senseเอาได้ หุหุ
คุยแล้วเค้าก็ดูท่าทางจะชื่นชอบเรานะ (คิดเอาเองอี๊กกก)
เค้าบอกว่า รุ้งดูเป็นคนมี attitude ที่ดู โฮะๆ แหง่จิ อารมณ์ดีกว่านี้ได้อีกกกนะค้าาา
(อ้อ ลืมบอกไป ที่รู้สึกประทับใจคนสัมภาษณ์ทุกคนที่นี้ เพราะเค้าจะเรียกชื่อเล่นหละคะ
เลยดูไม่เกรงมากหละ ดีจัง ชอบๆ หุหุ)
ช่วงนี้พี่ที่สัมภาษณ์ก็พิมเอกสารอะไรซักอย่าง(เกี่ยวกับรุ้ง)
แล้วก็เรียกคนรู้ญี่ปุ่นให้มาคุยกับเรา คุยนิดหน่อยเค้าก็โอเค ยิ้มๆ
(คนที่มาคุยด้วยเป็นคนไทยตำแหน่งเดียวกับที่สมัครไป เค้าก็น่ารักมากเลย
บอกว่าหน้าเราเหมือนคนญี่ปุ่นมาก ตกใจแล้ว
คุยเสร็จมีการไม่ยอมจะเลิกคุยนะ ยกนิ้วโป้งกระพริบตา บอกว่าเนี้ยๆ
มาทำงานด้วยกันนะ อะไรอย่างเงี้ย น่ารักอ่ะ ฮะฮะ)

เริ่มยาว.....เสร็จจากทางนี้....พระเจ้าเข้าข้าง ในที่สุดก็ถึงด่านสุดท้าย
คุยกับbossใหญ่ คนสวิส...ที่execlutive office แอบรอนาน..
แต่เข้าไปห้านาทีได้....ท่านดูประวัติแล้วก็ชมใหญ่ ฮะฮะ
บอกว่าเค้าไม่มีปัญหาเลยที่จะรับเราเข้าทำงานนะ
ประวัติอะไรก็ดี โรงแรมนี้ก็เป็นงานแรกในชีวิตเราด้วย
ก็บอกว่าเราก็จะได้ศึกษา เรียนรู้เกี่ยวกับโรงแรมได้เยอะ
ตบท้ายด้วย หวังว่าเราจะได้ร่วมงานด้วยกัน nice to meet u
ohhh he is soooo nice เป็นคนใจดีมากๆๆ ยิ้มตลอด คุยดี ไม่เครียดเลย

จากนั้นก็กลับไปฝ่ายบุคคล.....จะบอกว่าไม่เจอคนอื่นๆที่มาสัมภาษณ์ด้วยกันเลยอ่ะ ไม่รู้เป็นยังไงกันบ้าง
ก็ไปนั่งรอซักแปป พี่เค้าก็เรียกไป บอกเนี้ย ..ให้เตรียมเอกสารนี้ให้เค้าด้วยนะ
แล้วก็เขียนเงินเดือนอะไรมา...พร้อมบอกว่าเริ่มงานได้เมื่อไหร่ค่ะ..
อ่ะ น่ารักอีกละ มีการให้เบอร์โทรติดต่อเผื่อต้องการถามเรื่องเอกสาร
แล้วก็เขียนชื่อเล่นให้....คือมาครั้งนี้รู้ชื่อเล่นหลายคนละ อิอิ
เจอพี่ที่สัมภาษณ์ด้านแรก เค้าก็ถามว่า เริ่มงานเมื่อไหร่จ้ะ...ฮี่ๆ น่ารักๆ
(บางคนที่เรียกพี่ บางทีก็ไม่ใช่พี่แล้วแหละนะ แต่niceมาก)
รวมเวลาทั้งหมด 4ชม.ได้

ก็นั้นแหละคะ ทำ Guest Relations Officer ต้อนรับแขก VIP
เงินเดือนเล็กน้อย แต่ประสบการณ์ที่อยากเรียนรู้มหาศาลค่ะ
ดีใจมากๆๆๆๆๆ
sms หาคุณชายคนแรก
โทรหาพ่อ แม่
แล้วก็พี่ที่แนะนำงานนี้ให้เรา...
เฮ่อ...ดีใจ แหะๆ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะจ้ะ ทุกคน
สัมภาษณ์งานครั้งแรกก็ได้แบบม้วนเดียวจบเลย...



November 27

ความกลัว

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โซฟิเทลติดต่อให้เข้าไปกรอกใบสมัครและจะtestก่อน
จากนั้นจะพิจารณาประวัติอีกครั้ง....

ที่บอกว่ากลัวก็คือ.......มันเป็นครั้งแรกของการสัมภาษณ์งานอ่ะคะ แหะๆ
แล้วก็แบบว่า....เป็นงานที่อยากทำ เลยกลัวว่าจะเกิดความผิดหวังขึ้นมา....

ในใจก็แอบมั่นใจว่าจะต้องได้งานนี้แน่ๆ เพราะว่า......เค้าโทรมาหาก็คงจะสนใจเราแหละ...แค่เนี้ย...แป๋ว....
อีกเรื่องก็คือ ใช่ว่าประวัติเราจะแย่ที่ไหนกัน...เนอะๆ อย่างน้อยก็เอาภาษาญี่ปุ่นเข้าสู้เฟ้ยยย

บทพูดก็คิดเอาไว้บ้างแล้ว....แต่ก็อย่างว่า ใครจะรู้ว่าเข้าจะถามอะไรบ้าง สู้ตาย...แบบยังกลัวๆ แหะๆ


อีกเรื่องที่กลัวคือ.......
ก่อนที่ทางโรงแรมจะติดต่อมา ได้ทำการติดต่องานอื่นไว้เป็นคล้าย part-timeไป
นั้นก็คืองานออกแบบartwork โดยในระยะแรกจะรับทำแค่ออกแบบปกหนังสือก่อน
อะไรอย่างอื่นหนะไม่มีปัญหาเลย
เพราะเป็นคนประสานงานเองมาตลอด
แต่ก็มีอย่างนึงที่ทำให้รู้สึกว่า...อยากจะแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ซะที...(ก็ตอนนี้)
คือ  การโทรศัพท์ติดต่องาน หรือโทรศัพท์สอบถามต่างๆ
กลัวมากค่ะ ไม่รู้กลัวอะไร ต้องใช้เวลาทำสมาธิอยู่นานสองนาน กว่าจะหยิบโทรศัพท์โทรไปได้
ไม่ใช่แค่นี้ ยังจะต้องเตรียมบทพูดเอาไว้อย่างดี เขียนได้ก็เขียนเลย...แล้วพูดตามนั้น
เพื่อไม่ให้ลืมประเด็นที่จะพูด......
แล้วถ้ากดไปแล้วสายไม่ว่าง...จะให้โทรซ้ำไม่ได้แล้ว...
ไม่ว่างแล้วไม่ว่างเลย อาจจะไม่โทรไปอีก หรือไม่ก็คืออีกนานนกว่าจะทำสมาธิโทรไปได้อีก
มันแย่ไหมหละคะ.....แล้วอย่างงี้จะทำงานอะไรได้หละคะเนี้ย

อาจจะทำให้เกี่ยวเนื่องไปถึงการคุยโทรศัพท์ทั่วๆไปด้วยซ้ำ

คือ 
การไม่ชอบรับ หรือโทรหาใคร
(บอกไว้ก่อนว่า...ส่งเป็นเมล หรือsmsจะดีกว่านะคะ แหะๆ)

จะแก้ปัญหาความกลัวนี้อย่างไรดี....แค่กลัวก่อนที่จะเกิดค่ะ
แต่พอผ่านไปแล้วก็จบ โล่งค่ะ....
กลัว หรือ กังวล เกินกว่าเหตุ

รู้ แต่ แก้ ไม่ หาย ค่ะ



November 09

choco-chip cookie


ครั้งแรกของการทำคุกกี้ชอกชิพ....
ดูรูปกันเลยเถ๊อะ เกินบรรยายแล้วว Rainbow




October 24

จักระ

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 - วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา
ได้มีโอกาสไปเรียนพลังกายทิพย์เพื่อสุขภาพระดับปฐมจักระ
จากคุณย่าเยาวเรศ บุญนาค
ในระดับปฐมจักระนี้ จะต้องเข้าเรียน 6วันติดกัน ห้ามขาด วันละ 2ชม.
เพื่อง่ายต่อการเข้าใจในวิชานี้ จึงได้คัดลองบทความบางส่วน
จากหนังสือที่คุณย่ามอบให้ไว้ นำมาลงในพื้นที่ส่วนนี้
 
วิชาที่ว่านี้ เรียนเกี่ยวกับพลังที่ซ่อนเร้นในกายมนุษย์เรา นั้นคือ จักระทั้ง 7
จักระมีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน
จักระสามารถเปิดรับพลังรอบๆตัวเรา (พลังคอสมิค)เข้าสู่ร่างกาย
น้ำไปพัฒนาจิต พัฒนาร่างกายที่เจ็บป่วยได้อย่างมหัศจรรย์
เรื่องนี้เป็นเรื่องของธรรมชาติและวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง
ในการที่สามารถสัมผัสและมองเห็นด้วยตนเอง
มิใช่ไสยศาสตร์หรือเวทยมนต์คาถา
 
เมื่อสามารถพัฒนาอำนาจจิตให้สูงขึ้น สามารถมองเห็น รูปร่าง แสง สี
และการหมุนอย่างรวดเร็วของจักระต่อหน้าต่อตา
รัยพลังคอสมิคเข้าสู่ร่างกายทั้ง 7จักระ
และถ่ายทอดพลังนี้ไปสู่ผู้อื่น เพื่อช่วยเหลือ รักษาโรคภัยไข้เจ็บให้หายได้
 
วิชาพลังกายทิพย์ เป็นการศึกษาเพื่อช่วยเหลือตนเองและเพื่อนมนุษย์
มิใช่เพื่อลาภ ยศสรรเสริญ
วิชานี้ ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาหรือลัทธืใดๆ ผู้นับถือทุกศาสนาเรียนได้
เพียงได้ศึกษาเกี่ยวกับจุดจักระทั้ง 7 ในร่างกายของเรา
และได้รีบการกระตุ้นจุดเพื่อรับพลังคอสมิคเข้าสู่ร่างกาย
โดยใช้มือทั้งสองส่งถ่ายพลังนี้ให้ผู้ที่เจ็ยป่วย
พลังคอสมิค จะผ่านเข้าสู่ร่างกายไปกระตุ้นฟื้นฟูเซลต่างๆที่บกพร่องให้คืนสู่ระบบปกติ 
*วิชานี้สอนเป็นวิทยาทาน
 
การรักษา จะรักษาได้แค่วันละครั้ง ครั้งละ 5นาทีเท่านั้น
(ยกเว้นโรคมะเร็งที่ต้องรักษา 2ครั้ง)
ผู้ที่เรียนจบสามารถรักษาผู้อื่นได้ 20คน(เพราะขั้นนี้พลังเรายังไม่เพียงพอ)
ตอนนี้ก็เริ่มรักษาตัวเองมาได้ 6 วันแล้ว
ที่เห็นได้ชัดคือ เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ตื่นมาอยู่ๆปากก็เป็นแผลเหมือนปากแตก
แต่ไม่มีเลือดออกมา ไม่ถลอก และไม่เจ็บ  แค่รู้สึกชาๆบ้างก็ไม่สนใจอะไร
เพิ่งมาลองจับเองเมื่อวันที่ 22 ต.ค.(เพราะคิดว่ามันเป็นมากขึ้นแล้ว)
จับไปวันแรก คิดว่าไม่ได้รู้สึกไปเอง มันยุบลง แดงน้อยลง
จับวันที่สอง เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ
วันที่สามเลยไม่จับแล้วเพราะตื่นมามันเกือบหายเป็นปกติ
ก็เปลี่ยนไปรักษาโรคอื่นแทน......จะรายงานผลการรักษาต่อไป
...ตอนนี้กำลังฮึดในการรักษา เพราะไม่ชอบกินยา และอยากฝึกให้พลังเยอะขึ้น
เพื่อไปรักษาโรคมะเร็ง หัวใจ เบาหวานให้พ่อกับแม่ต่อไป......
 
October 02

two tula

RainbowHappy
Birthday
to
meBirthday cake

สิค่ะ ^^
September 09

ของขวัญวันเกิด

วันเกิดแฟนจะให้อะไรกันค่ะ?
อยากขอไอเดีย...(ที่คิดว่าคงได้น้อยนิด แต่ก็ยังดี อิอิ)
เป็นวันเกิดปีแรกที่จะให้ค่ะ
ไม่อยากให้ราคาสูงไป เพราะดูฟุ่มเฟือยและ...ไม่มีตังค์
อยากจะให้ของที่เค้าอยากได้แต่....มันแพงเหลือเกิน ตัดทิ้งไป อิอิ
ส่วนของบางอย่างที่อยากจะให้ก็ดูไม่ค่อยมีความหมายลึงซึ้งพอให้เป็นของขวัญวันเกิด
(คิดว่าตัวเองเป็นคนโรแมนติกเหมือนกัน ก็เลยอยากให้อะไรที่เป็นพิเศษๆ)


ฮืมมมม.....ตอนนี้ยังไม่รู้จะให้ของเป็นแบบไหน
มาขอไอเดีย เพื่อเอาไปประยุกต์หนะคะ
domo ทุกคนนนน

August 29

อารมณ์หงุดหงิด กับการปล่อยวาง

คนเรามีจุดที่ทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดต่างกันไป
หงุดหงิดเรื่องเล็กๆๆๆ หรือจะหงุดหงิดเรื่องใหญ่ๆๆๆ
หงุดหงิดเรื่องคนอื่น หรือจะหงุดหงิดเรื่องตัวเอง
หงุดหงิดเรื่องใหม่ หรือจะเอาเรื่องเก่ามาหงุดหงิดซ้ำๆ
หงุดหงิดเวลาเหงา หรือเศร้าก็หงุดหงิดไปอีกแบบ
เฮ่อ...แล้วอย่างงี้จะทำยังไงดีหละ ให้คนเราเลิกหรือลดอารมณ์หงุดหงิด

ปล่อยวาง.......
เป็น"คำ"แนะนำที่ทุกคนไว้แนะนำ ท้งตัวเองและคนรอบข้าง
แต่จะมีซักกี่คนที่ปล่อยวางได้จริง
หรือจะมีซักกี่เรื่องที่เราจะปล่อยวางได้หมด
ถ้าสิ่งที่เราจะต้องปล่อยวางมันอาจกระทบต่อ"จิตใจ"
เพราะเมื่อจิตใจของคน ถูกกระทบด้วยการกระทำ หรือคำพูด (ทั้งนี้นวมถึงข้อความ)
มันก็ไม่ใ่ช่ว่าจะซ่อมแซมกันได้ง่าย เหมือนถูกฝัง แล้วยากจะdeleteออก

ก็พูดกันไป.....ถ้าคนเราจะใจเย็น
คิดให้ดีก่อนพูดหรือกระทำ
รู้จัก"ให้อภัย"กับคนที่รู้ว่าทำผิด
คิดใหม่ ทำใหม่ และปรับตัวเราเองให้อยู่กับความเป็นจริง
ก็คงไม่ไปทำให้ใครหงุดหงิด
ก็จะไม่มีคนหงุดหงิด
ที่เหมือนจะเป็นลูกโซ่ทำให้เกิดคนหงุดหงิดต่อๆกันไป


ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่กล่าวมานี้ เป็นความคิดของตัวเอง
ต่ออารมณ์อันอ่อนไหวและยากจะเข้าใจของมนุษย์
หงุดหงิด และต้องปล่อยวาง
เพราะเรายังมีอารมณ์เครียด โกรธ เหงา ทุกข์ วิตก อีกมากที่จะต้องเจอไงหละ อิอ
爆笑


August 07

my account

กลับมาจดรายจ่ายประจำเดือนอีกครั้ง....ส่วนรายรับหรอ.......ไม่มี ฮะฮะฮะ
ช่วงนี้มีแต่โครงการที่มีแต่การจ่ายๆๆๆๆๆ....ทำไมไม่คิดว่าจะทำยังไงถึงจะมีรายได้น้า?
...ช่วยคนนับตังค์ไปก่อนละกัน...
August 03

ยิ้มล่า วันศุกร์

爆笑ไม่บอกหลอกว่าเรื่องอะไร อิอิ
แต่ว่า....แย่จังที่เต้องตื่นขึ้นมาเพราะความฝันที่หดหู่เหลือเกิน
แล้วก็ทำให้ไม่อยากจะนอนต่อไปเลย
ปวดหัวววว ฮืออ ไม่ได้เป็นอย่างนี้มานานตั้งแต่กลับไทยแล้วแท้ๆ
爆笑แต่ต้นเหตุของอาการนี้ มักเป็นทุกครั้ง
1วัน ก่อนจะได้เจอ ที่รัก
..อ้าว เผล่อบอกไปซะแย้ววว 恥ずかしい

ไปดีกว่าาา~~~虹

 

niji o.w.